Fiction

[Fiction]SRW OS Episode.4

posted on 16 Feb 2011 23:31 by jadestar  in Fiction

Episode 4  การโจมตีของ"ตัวอันตราย"

หลังจากการการต่อต้านของโมบิลซูทลึกลับที่ดวงจัทร์

ยานแม่ของกลุ่มเซเลสเซี่ยน บีอิ้ง “ปโตเลไมออส”

“อืม…..หนักเอาการนะเนี่ย” ช่างซ่อมโมบิลซูทพูดขึ้น

“พอจะจัดการให้เสร็จทันแผนการครั้งต่อไปได้ไหม เอียน?” ทีเอเรียพูดขึ้น

“ไม่แน่ใจแต่จะรีบละกัน” เอียนพูดตอบ

........................................................................................................................

บริจด์ส่วนกลางของ ปโตเลไมออส

“แน่ใจว่าเห็นเป็นเช่นนั้นเหรอ? อาเลลูย่า” ผู้หญิงคนนึงถามอาเลลูย่า

“ครับคุณ สุเมรากิ เครื่องที่เห็นและโจมตีเวอชัวจนเป็นแบบนั้นคือ กันดั้ม ไม่ผิดแน่” อาเลลูย่ากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ข้อมูลจากเวด้าไม่มีบันทึกเกี่ยวกับกันดั้มเครื่องนั้น หรือโมบิลซูทที่ดวงจันทร์เลยค่ะ” หญิงสาวที่ทำหน้าที่หาข้อมูลกล่าวขึ้น

“งั้นหรือ…..ขอบใจจ๊ะ เฟลท” สุเมรากิพูดขอบคุณ

“แต่ที่เรารู้ตอนนี้คือโมบิลซูทเครื่องนั้นน่าจะเป็นกันดั้มไทบ์ และก็มีปืนใหญ่กำลังสูงที่น่าจะมีกำลังมากกว่า GN บาซูก้าของเวอชัวซะอีกค่ะ” หญิงสาวอีกคนพูดขึ้น

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะยังมีข้อมูลที่นอกเหนือสิ่งที่บรรจุในเวด้าอยู่ด้วย” เฟลทพูดออกมา

( กันดั้ม เครื่องนั้น… ) อาเลลูย่าคิดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอยู่เพียงลำพัง

........................................................................................................................

เขต AEU เยอรมัน

“เฮะ เฮ้!! เจ้าพวกนี้มันเอาจริงแฮะ แล้วเราจะทำยังไงดีหล่ะ!? โซซุเกะ?” ครูสพูดด้วยอารมณ์ขัน

“นี่มันเป็นเวลาพูดเล่นเหรอ!? URZ-6!!” เสียงของเหมาดังขึ้น

“แหมๆ อย่าเพิ่งเครียดน่า เจ๊” ครูสพูดติดตลก

“พวกมันมาแล้ว!!” โซซุเกะพูดออกมา  กองทัพของ AEU ระดมโจมตีใส่กลุ่ม AS อย่างไม่ยั้ง

“เริ่มแผนการได้” เหมาสั่งการ “โอ้!!รอมานานแล้วเจ๊!!” ครูสพูดขึ้น

“ไอ้พวกมิธธิล พวกเราไปทำอะไรให้กันวะ!?” เสียงของนักบิน AEU กล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น

“เห…..ไม่รู้หรือว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่นะ” เหมาพูดอย่างอารมณ์ดี

 M-9 ของเหมาหยิบดาบขึ้นมาปะทะกับโซนิคเบลดของอีแน็คส่งเสียงสะเทือนไปทั่ว

“โว้ว!!ดาบใบเลื่อยของเจ๊ กับดาบคลื่นความถี่ของเจ้านั่นส่งเสียงหวกหูดีชะมัด” ครูสพูดพร้อมทำหน้าเซ็งๆ

“ข้างบน ระวังตัวด้วย” โซซุเกะพูดเตือน

“หือ!?” ครูสมองตามไปในทันที

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มิธธิลอย่างนั้นเหรอในที่สุดฉันก้ได้เจอกับพวกแกซักที” นักบินของอีแน็คเครื่องที่มาใหม่พูดด้วยสีหน้ามั่นใจ

“อะไรหน่ะเจ้านั่น” เหมาพูดออกมาพร้อมหันไปดู

“คราวนี้หล่ะฉัน ท่านแพททริค คอลาซาว เอสแห่ง AEU คนนี้จะจัดการพวกแกเอง!!” แพททริคพูดด้วยสีหน้าที่มั่นใจเต็มเปี่ยม  “อะไรของเจ้านั่นหน่ะ?” โซซุเกะยังงงๆนิดๆ “เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ครูสพูดแทรกขึ้นมา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช้าไปแล้วพวก” แพททริคบังคับอีแน็คพุ่งไปยัง M-9 ของโซซุเกะ

“ครูส เวเบอร์ จะส่องหล่ะนะ!!!!” พูดจบครูสก็ยิงอีแน็คด้วยกระสุนไรเฟิลทันที

“เอ๋……” กระสุนโดนเข้าที่หัวของอีแน็คของแพททริคอย่างจัง  “อะไรกันว๊อยยยยยย!!!” อีแน็คของแพททริคร่วงลงสู่พื้นในทันที  เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว 

“……….อะไรของมัน?” โซซุเกะยังงงไม่หาย  “ว่าแต่ตะกี้นายพูดอะไรหน่ะ?” โซซุเกะถามครูส

“อ๋อ!!ฉันคิดว่าจะยิงให้เท่ๆทั้งทีก็เลยต้องหาคำพูดเท่ๆหน่อยสิ”  ครูสพูดขึ้นมา

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ!!ระวังให้ดี” เหมารีบเตือนทั้งสองคน

พริบตาที่เหมาพูดยังไม่ทันจบก็มีอีแน็คสีน้ำเงินเครื่องนึงพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง และเตะ M-9 ของเหมาจนกระเด็นไป

“เฮะ เฮะ เฮะ มิธธิล!! บังอาจมาขวางงานของฉันได้นะ!!” ชายที่ขับอีแน็คสีน้ำเงินพูดขึ้นมา

“เสียงแบบนี้มัน!! อาลี อัลซาซีร์!!  โซซุเกะพูดด้วยสีหน้าตกใจ

“ไอ้เจ้าตัวอันตรายของ PMC นั่นหน่ะเหรอ!?” ครูสพูดขึ้น

“หืม……..รู้จักฉันด้วยอย่างนั้นเหรอ? อ๋อ!! แกคงจะเป็นไอ้เด็กที่มาจากเคอร์ดิชสินะ?” ซาซีร์พูดขึ้นพร้อมแสยะยิ้ม

“เคอร์ดิช……..ฉันไม่ใช่คนเคอร์ดิช” โซซุเกะพูดตอบ

“เห……น่าแปลกแฮะไม่ใช่คนเคอร์ดิช  แต่ช่างเถอะฉันอาจจะเคยเจอกับแกมาแล้วก็ได้มั้ง!? ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!” ซาซีร์หัวเราะเสียงดัง  ทันทีที่สิ้นเสียงหัวเราะ ซาซีร์ก็บังคับอีแน็คพุ่งเข้าจู่โจม M-9 ของโซซุเกะทันที

เปรี๊ยงงงงง!!!! โซซุเกะรับเอาไว้ได้ทัน “เฮ้ยเป็นอะไรหรือเปล่า!?” ครูสถาม  “ไม่มีปัญหา” โซซุเกะตอบ

“หืม………แข็งกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลยแฮะเจ้าหุ่น AS นี่” ซาซีร์พูดอย่างอารมณ์ดี

........................................................................................................................

ในขณะเดียวกัน เกาะเล็กๆทางใต้ของเขตการปกครองของสมาพันธ์ปฎิรูปมนุษย์ชาติ

กันดั้มเอ๊กเซียและกันดั้มดูนาเมสกำลังปะทะกับศัตตรูลึกลับเครื่องนึงอยู่

“ฮึ่ม!!แข็งแกร่งจริงๆ” เซ็ตซึนะมีสีหน้าที่เคร่งเครียด

“เซ็ตซึนะ ดูเหมือนว่าเจ้านี่จะไม่ใช่ AS ธรรมดาๆนะ ระวังตัวด้วย” ล๊อคออนแจ้งเตือน

“รับทราบ” เซ็ตซึนะตอบพลางหลบหลีกการโจมตี

ทั้งสองหลบมายังหลังก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนนึง เสียงกระสุนปืนกลก็ดังเข้ามากระทบกับก้อนหินนั้น

เฟี้ยววววว  ปังๆๆๆๆๆๆ  เปรี้ยง!! เสียงกระสุนที่ดังอย่างไม่ขาดสายนั้นแทบไม่น่าเชื่อว่ามาจากการโจมตีจากหุ่นเพียงเครื่องเดียว ทั้งต่อเนื่องและไล่ล่าเหล่ากันดั้มทั้งสองอย่าไม่หยุดหย่อน  และไม่นานนักเสียงก็เงียบไป

“ฟู่  ดูเหมือนว่ามันจะเลิกตามเราแล้วหล่ะมั้ง” ล๊อคออนพูด ในทันใดนั้นก็มีเงาทอดยาวมายังกันดั้มดูนาเมส

“ล๊อคออนระวัง!!” “เอ๋!!” ยังไม่ทันที่เซ็ตซึนะจะเตือนจบกันดั้มดูนาเมสก็โดนมีดเล็กๆเสียบเข้าที่ไหล่ด้านซ้าย

“บ้าชะมัด!!” ล๊อคออนยิงเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามในทันที แต่อีกฝ่ายก็หลบได้อย่างคล่องแคล่ว เอ๊กเซียพุ่งเข้าโจมตีในทันที แต่ก็โดนโจมตีกลับไปอย่างหมดท่า หุ่นลึกลับตัวนั้นก็กระโดดขึ้นไปยืนกอดอกอยู่บนก้อนหิน

“เอ้า!!เป็นอะไรไปหล่ะ!?ไหนเคยบอกไว้ว่าจะขจัดสงครามไม่ใช่เหรอ?แล้วนี่อะไร?กะอีแค่นี้ยังทำอะไรไม่ได้น่าขันซะจริงๆ” ชายที่ขับหุ่น AS สีเงินพูดแบบดูแคลนไมสเตอร์ทั้งสอง

“ดูเหมือนว่าที่เข้าแทรกแซงได้หลายต่อหลายครั้งนั่นหน่ะ คงจะฟลุ๊คซะหล่ะม๊าง!!” ชายคนนั้นพูดจาดูถูกทั้งสองเป็นอย่างมาก  “เอ้า!!หนูน้อย….” AS สีเงินเครื่องนั้นก็หันหลังไป แล้วทันใดนั้นก็หันกลับมาทันที “ได้เวลานอนแล้ววววววววว!!!!!!!!” AS สีเงินพุ่งเข้าโจมตีใส่เอ๊กเซียอย่างรวดเร็ว  เปรี๊ยงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!

“อ๊ากกกกกก!!!!!!!!!”  เอ็กเซียโดนโจมตีอย่างหนัก “เซ็ตซึนะ!!” ล๊อคออนยิงเข้าใส่

AS สีเงินหลบหลีกแล้วพุ่งไปยังดูนาเมส “น่ารำคาญญญญญญญญ!!!!” ดูนาเมสถูกตัดแขนในทันที “ล๊อคออน!!!” เซ็ตซึนะตะโกนเรียกชื่อล๊อคออน ทันใดนั้นหน้าจอมอนนิเตอร์ของเอ๊กเซียก็ได้ปรากฎภาพของ อิโอเลีย เชนเบริก์

“เหล่าผู้ที่เป็นความหวัง เราขอมอบพลังสุดท้ายให้แก่ท่าน ผมไม่รู้ว่าคุณจะใช้มันเพื่อเจตนารมณ์ของผมหรือไม่ แต่ผมมีความเชื่อมั่นในตัวของคุณ…….”  “นี่มัน?อะไรหน่ะ?” เซ็ตซึนะกำลังงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า

ทันใดนั้นหน้าจอมอนิเตอร์ของเอ๊กเซียก็กลายเป็นเซียและมีข้อความเขียนเอาไว้

“Trans-Am Mode” เซ็ตซึนะอ่านข้อความนั้น

ในทันใดนั้นร่างกายของเอ๊กเซียก็เปล่งประกายสีแดงหลบหลีกการโจมตีของ AS สีเงินไดอย่างรวดเร็ว

“หือ!?อะไรหน่ะ!?” ชายผู้ขับหุ่นตัวนั้นอุทานออกมา

“นั่นมันอะไรกัน!?” แม้แต่ล๊อคออนเองก็ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้

ร่างกายของเอ๊กเซียมีความเร็วและพลังมากกว่าเดิมมาก มันมากพอที่จะสู้กับ AS สีเงินของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสบาย เซ็ตซึนะบังคับเอ๊กเซียโจมตีใส่ AS สีเงินอย่างต่อเนื่อง

“นี่มันบ้าอะไรกัน!?” ชายผู้ขับAS สีเงินถึงกับสบถออกมา

“นี่แหละ……คือพลังของพวกเราหล่ะ!!!!” เซ็ตซึนะเงื้อดาบขึ้นหมายจะโจมตีครั้งสุดท้าย

ชายผู้ขับAS สีเงินแสยะยิ้มพร้อมกับบังคับหุ่นให้ยื่นมือออกไป

“อย่าได้ใจให้มันมากนัก!!!!!!!” เปรี๊ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

แรงระเบิดสร้างความสะเทือนไปทั่วฝุ่นควันตลบไปทั่วทิศพอทุกอย่างเริ่มสงบ ทั้งเซ็ตซึนะและล๊อคออนก็แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้เห็น 

“เฮอะ!!ถ้าคิดว่าลูกเล่นของแกจะฆ่าฉันได้หล่ะก็ผิดถนัดแล้วโว้ยยยยย!!!!!” AS สีเงินตัวนั้นสามารถรับการโจมตีของเอ๊กเซียได้อย่างสบายและมันก็กำลังจะสะท้อนพลังกลับไป เซ็ตซึนะที่รู้สึกตัวจึงรีบถอยออกมาก่อนที่AS สีเงินตัวนั้นจะสะท้อนพลังกลับมาแล้วอาศัยโอกาศนั้นช่วยเหลือดูนาเมสหลบหนีมาพร้อมกันด้วย

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นหน่ะเจ้าหุ่นตัวนั้น!?” ล๊อคออนพูดกับเซ็ตซึนะขณะกำลังหลบหนี แต่เซ็ตซึนะไม่ตอบได้แต่เก็บทุกอย่างไว้ในใจ  ทางด้านAS สีเงินตัวนั้นชายคนบังคับก็ได้ออกมานั่งอยู่ข้างนอก

“เฮอะ!!ใช้ได้แค่ครั้งเดียวก็พังแล้วเรอะ!? ไอ้ของถูกนี่พึ่งไม่ได้เล้ย!!” ชายคนนั้นนั่งยิ้มอย่างสบายอารมณ์

........................................................................................................................

ทางด้านการต่อสู้ระหว่างพวก มิธธิล กับกองทัพ AEU และ ซาซีร์

“เอ้าๆๆๆจะหนีไปไหนๆ” ซาซีร์กล่าวอย่างอารมณ์ดี

“บ้าชะมัด เจ้านั่นมันเก่งอย่างกับปีศาจอย่างนั้นแหละ” ครูสพูดขึ้น

“URZ-6 URZ-7 เป็นยังไงบ้าง?” เหมาพูดขึ้นมา

“พอไหว….ไม่มีปัญหา” โซซุเกะตอบ

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!! เอ้าๆๆๆๆ!! เต้นเข้าไปๆ!!” ซาซีร์หัวเราะเสียงดังกองทัพ AEU ก็กระหน่ำโจมตีไม่หยุด

“แบบนี้จะไม่ไหวเอานา……” ครูสพูดออกมาเบาๆ

“………..” โซซุเกะนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น

สถานการณ์ของทางมิธธิลกำลังเสียเปรียบอย่างมากไม่สามารถหนีได้และไม่สามารถส่งกำลังมาสนับสนุนได้เช่นกัน

ขณะที่ทาง AEU กำลังโจมตีอย่างหนักทันใดนั้นก็มีแสงสว่างพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน

“นั่นมันอะไรหน่ะ!?” โซซุเกะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเกิดอะไรขึ้น

“เฮ้ย!!อะไรวะนั่น!?” ซาซีร์งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“กิล….Dimension Out”  “OK Master” แสงสว่างจางลงเมื่อสิ้นเสียงพูด

“กิลวาเรียส On The Battle”

“ญ…..ใหญ่ชะมัด!!” ครูสตกใจเมื่อเห็นขนาดตัวของกิลวาเรียส

“เฮ้ย!!อะไรหน่ะเจ้ายักษ์นั่น!?” ซาซีร์เองก็เพิ่งจะเคยเห็นหุ่นที่ตัวใหญ่แบบนี้ครั้งแรก

กองทัพ AEU เข้าจู่โจมกิลวาเรียสแต่การโจมตีเหล่านั้นกลับถูกป้องกันเอาไว้ได้หมด

“กิล…….On The Knight” สิ้นเสียงคำสั่ง กิลวาเรียสก็เข้าสู่โหมดอัศวินทันที แล้วพุ่งเข้าโจมตีกองทัพ AEU อย่างรวดเร็ว

“ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เป็นศัตตรูกับเรานะ” เหมาพูดอย่างตื่นเต้น

ทุกครั้งที่กิลวาเรียสขยับตัวนั้นกองทัพ AEU ก็เสียโมบิลซูทไปจำนวนหนึ่ง และยังรุดหน้าต่อไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันพวกมิธธิลเองก็ร่วมยิงสนับสนุนกิลวาเรียสไปด้วย

“หนอย!!ไอ้เจ้าหุ่นยักษ์นั่น!!” ซาซีร์ขบกรามแน่น

“กิล!!” “OK Master” “CHARIOT”  กิลวาเรียสทำการง้าง G.Scissos อาวุธคู่ใจออกมา

“โว้ว!!กรรไกรยักษ์ เห็นหรือเปล่าเจ๊!!” ครูสพูดแบบตื่นเต้น

“Dead Hell……” กิลวาเรียสพุ่งเข้าใส่อีแน็คของซาซีร์อย่างรวดเร็ว

“บ้าชิบ!!” ซาซีร์รีบบังคับหุ่นบินขึ้น  ในขณะนั้นกรรไกรของกิลวาเรียสก็สอดเข้าไประหว่างตัวของอีแน็คพอดี

“Scissosssssssssssssssssssss!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เปรี๊ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

“ฮึ่ม!!” ซาซีร์หลบทันอย่างหวุดหวิดแต่ก็เสียขาทั้งสองของอีแน็คไป

“เฮอะ!!นับว่าแกยังโชคดีไปนะไอ้คุณมิธธิล!!!”  ซาซีร์ขับอีแน็คพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับการถอนกำลังของ AEU

“รอดแล้ว เรารอดแล้ว” ครูสพูดขึ้นอย่างดีใจ

“นั่นสินะ” โซซุเกะยิ้ม

“ไอ้พวกบ้า!!พวกแกไม่รู้จักขอบคุณผู้มาช่วยเราบ้างหรือไงห๊า!!!” เหมาพูดขึ้น

“หง่ะ!!ไม่เห็นต้องดุเลยเจ๊” ครูสยิ้มแหยๆ

AS ทั้งสามเครื่องหันมาทางกิลวาเรียสที่ยืนอยู่แล้วทำการติดต่อไป

“ขอบคุณมากที่อุตส่าห์เข้ามาช่วยเหลือเรา” เหมาพูด

“ขอบคุณมาก” โซซุเกะกล่าวเสริม “ถ้าไม่ได้นายพวกเราคงแย่แน่ๆ” ครูสพูดไปหัวเราะไป

ทางด้านกิลวาเรียสไม่ได้ตอบอะไรและแสงสว่างก็หอบหุ้มร่างของกิลวาเรียสแล้วหายวับไปต่อหน้าของทั้งสามคน

“ไปซะแล้ว” โซซุเกะพูด “ยังไงก็เถอะเราก้รอดมาได้เพราะเขาหล่ะนะ” เหมาพูด

“เอาหล่ะๆกลับกันเถอะ” ครูสเซ้าซี้ให้ทุกคนกลับ ทัวฮา เดอ ดานัง

แล้วเหล่า AS ทั้งสามเครื่องก็ถอนกำลังออกไป

........................................................................................................................

ใกล้ๆกับสถานที่ต่อสู้ บนซากของอีแน็ค

ครืดดดดดดดดดดด   แคร๊ง!!

“หนอยแน่เจ้าพวกมิธธิล ฉันหน่ะเป็นสเปลเชี่ยลลิส ผู้ไม่เคยแพ้ แม่แต่ในการซ้อมรบ” แพททริคออกมาจากซากของอีแน็คเครื่องนั้น

“มามากกว่า สองพันครั้งแล้วนะะะะะะะะะะะ!!!!!!!”  

“ว่าแต่ไม่เห็นมีใครมาช่วยฉันเลยเฟร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!”

 
........................................................................................................................
Episode 4 Fin

[Fiction]SRW OS Episode.3

posted on 16 Feb 2011 23:27 by jadestar  in Fiction

Episode 3 ปากกระบอกปืนแห่งการทำลาย

หลังจากเหตุการณ์การโจมตีของกลุ่มหุ่นลึกลับ

ฐานซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ของ Union 

“ฟู่…..นึกว่าจะแย่ซะแล้วซิ” โคจิกล่าวด้วยน้ำเสียงเนือยๆพร้อมๆกับดื่มน้ำไปด้วย

“ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าเจ้าพวกนั้นมาจากไหนกันแน่ แล้วไหนจะหุ่นที่ถือกรรไกรนั่นอีก?” เท็ตซึยะพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“นั่นซิ…หลังจากจบการต่อสู้ก็ถอนตัวไปทันทีเลยไม่พูดอะไรซักคำ” โคจิกล่าวอย่างอารมณ์เสีย

ทันใดนั้นเกรแฮมก็เดินเข้ามาใกล้ทั้งสองคน

“คุณคาบูโตะ โคจิ นักบินของมาชินก้าZ ซินะครับ ส่วนอีกท่านก็คือ…ซึรุกิ เท็ตซึยะ นักบินของเกรทมาชินก้าซินะครับ?”

เกรแฮมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

“เสียงนั่น…..อ้อ!! คุณหัวหน้าหน่วยของกองทัพยูเนี่ยนในตอนนั้น” โคจิพูดพร้อมกับชี้ไปทางเกรแฮม

“ผม ร้อยเอก เกรแฮม เอเคอร์ นักบินของแฟล็กแห่งยูเนี่ยนครับ” เกรแฮมพูดพร้อมกับทำท่าเคารพ

“เรื่องเมื่อคืนต้องขอบคุณมาก ถ้าไม่ได้พวกคุณพวกเราคงแย่แน่ๆ” เท็ตซึยะกล่าวขอบคุณเกรแฮม

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเองซะอีกไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นการต่อสู้ของดับเบิ้ลมาชินก้าที่ร่ำลือ” เกรแฮมพูดชม

“ฮ่าๆๆๆ มาชินก้าของปู่ฉันสุดยอดไปเลยใช่ไหมหล่ะ!?” โคจิพูดพร้อมหัวเราะ

“นั่นสินะครับ” เกรแฮมยิ้มแล้วหันไปทางเท็ตซึยะแล้วพูดขึ้น

“ว่าแต่…..พวกคุณรู้จักหุ่นลึกลับเมื่อคืนหรือไม่ครับ!?” เกรแฮมถามคำถาม

“ไม่เลย” เท็ตซึยะกล่าวตอบ “เท่าที่รู้คงไม่ใช่วิทยาการบนโลกในตอนนี้อย่างแน่นอน” เท็ตซึยะกล่าวเสริม

“ถ้ายังงั้นคงจะเป็นวิทยาเหมือนกับกันดั้มอย่างนั้นซินะ” เกรแฮมพูดขึ้น

“กันดั้ม?” เท็ตซึยะและโคจิทำสีหน้าประหลาดใจ

“ครับ..ว่าแต่พวกคุณไม่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับกันดั้มเลยหรือครับ ที่ว่าเป็นโมบิลซุทของทาง เซเลสเซี่ยน บีอิ้ง หน่ะครับ?”

เกรแฮมถามทั้งสองคน

“เอ….ไม่เห็นได้ยินเรื่องนี้เลยนะ?” โคจิพูด “นั่นสิเท่าที่เรารู้ก็เรื่องของกันดั้มที่ดวงจันทร์เท่านั้นเอง จะว่าไปพวกเราก็เพิ่งลงมาบนโลกได้ไม่นานนี่เอง” เท็ตซึยะกล่าวเสริม

“กันดั้มที่ดวงจันทร์!?” เกรแฮมอุทานด้วยสีหน้าตกใจ

“อืม แต่ก็ไม่เคยเห็นหรอกนะ” เท็ตซึยะตอบ “ว่าแต่กันดั้มที่ว่านั่นมันทำอะไรกันบ้างหล่ะ?” โคจิกล่าวเพิ่ม

“ครับ ตอนนี้บนโลกกำลังตื่นตัวเกี่ยวกับการปรากฎตัวของ เซเลสเซี่ยน บีอิ้ง มากเลย” เกรแฮมพูดพร้อมกับเล่าเรื่องเซเลสเซี่ยน บีอิ้ง ให้ทั้งสองฟัง

“เห……ขจัดสงครามอย่างงั้นเหรอ?” โคจิทำหน้าแปลกๆออกมา “เหมือนกับพวก มิธธิล เลยนะ” เท็ตซึยะกล่าวเสริม

“พวก เซเลสเซี่ยน บีอิ้ง เองก็ต่อสู้กับพวก มิธธิลด้วยเหมือนกันครับ” เกรแฮมพูดทับ

“เซเลสเซี่ยน บีอิ้ง อะไรนั่นหน่ะ ดูเหมือนจะเห็นคนทั้งโลกเป็นศัตตรูเลยนะ” เท็ตซึยะกล่าว

“ตอนนี้เท่าที่ทราบตอนนี้ เซเลียสเซี่ยน บีอิ้ง ก็ทำการแทรกแซงไปเจ็ดครั้งแล้วครับ” เกรแฮมพูด

“พวกนั้นคงตั้งใจที่จะหยุดสงครามจริงๆซินะแต่ว่ามันจะไม่ยากไปเหรอเนี่ย” โคจิหันไปถามเท็ตซึยะ

เกรแฮมทำสีหน้าครุ่นคิดแล้วคิดอยู่เพียงลำพัง

( กันดั้มที่ดวงจันทร์? หรือว่าจะเกี่ยวกับการที่ สมาพันธ์ปฎิรูปมนุษย์ชาติทำการเคลื่อนไหวทำอะไรอย่างลับๆ หรือว่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้  )

 

........................................................................................................................

เหล่ากันดั้มไมสเตอร์ที่อยู่บนพื้นโลกได้ปฎิบัติภารกิจเสร็จสิ้นไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง แล้วยังดำเนินการแทรกแซงต่อไป

ขณะนั้นเหล่ากันดั้มไมสเตอร์ที่อยู่ทางอวกาศก็ได้เตรียมดำเนินการเข้าแทรกแซงการโจมตีดวงจันทร์ของสมาพันธ์ปฎิรูปมนุษย์ชาติ

เขตการต่อสู้เหนือบริเวณดวงจันทร์

“บุกเข้าไป!!พวกเรามีจำนวนเยอะกว่าไม่จำเป็นต้องกลัว!!” เสียงของหัวหน้าหน่วยของทางสมาพันธ์ฯตะโกนเสียงดัง

“แต่พวกโมบิลซูทไร้คนขับพวกนั้นมันไม่ธรรดาเลยนะครับ” เสียงของนักบินคนนึงติดต่อกลับมา “อ๊ากกกกกก”

โมบิลซูทเครื่องนึงระเบิดในทันที

“อะไรหน่ะ!? เกิดอะไรขึ้น!?” หัวหน้าหน่วยตะโกนขึ้น “โมบิลซูทของฝ่ายเราถูกทำลายไป 3 เครื่องครับ!!! อ๊ากกกกก!!” เครื่องที่ตอบกลับมาถูกทำลายทิ้งอย่างทันที “บ้าเอ๊ย!!” เครื่องของหัวหน้าหน่วยหันไปทางทิศที่มีการโจมตีเข้ามา

ฟ้าววววววววววววววววว!!!! เครื่องบินสีส้มบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเครื่องบินลำนั้นก็แปลงร่างเป็นโมบิลซูท

“ก….กันดั้ม!!” เครื่องของหัวหน้าหน่วยกระหน่ำโจมตีด้วยกระสุนปืนอย่างต่อเนื่อง

“คิวริออส ทำการกำจัดเป้าหมาย!!” สิ้นเสียงพูดกันดั้มคิวริออสก็กระหน่ำยิงใส่ฝ่ายตรงข้ามทันที

เปรี๊ยงงงง!! ตูมมมม!! ขาของเที่ยเหรินเครื่องหัวหน้าหน่วยระเบิดจากการยิงของคิวริออส

“บ้าเอ๊ย!! ไม่ยอมแพ้หรอก!!” หัวหน้าหน่วยพยายามพุ่งหลบการโจมตี “หัวหน้า!!อันตรายยยยย!!” เสียงของนักบินคนนึงดังขึ้น  ตูมมมมมมมมมม!! ลำแสงอานุภาคพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วโจมตีใส่กองทัพสมาพันธ์ฯจนเสียหายหนัก

“กันดั้ม เวอชัว ลบล้างเป้าหมายเสร็จสิ้น” นักบินของกันดั้มเวอชัว ทีเอเรีย เวอเด้ พูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

“วะ…..เหวอ!! ถอนตัว!!ถอนตัว!!” หน่วยที่เหลืออยู่ของสมาพันธ์ถอนตัวอย่างรวดเร็ว

“ภารกิจนี้เสร็จสิ้นเร็วกว่าที่คาดไว้อีกแฮะ” นักบินของกันดั้มคิวริออส อาเลลูย่า ฮาบทิซึ่ม พูดออกมา

“เจ้าบ้า!!ใจลอยเกินไปแล้ว!!มันยังไม่จบนะเว้ย!!” เสียงนึงดังแทรกขึ้นในหัวของอาเลลูย่าในทันที

“ฮาเลลูย่า!!งั้นรึ!?” ในทันใดนั้นก็มีลำแสงจำนวนมากพุ่งเข้าหากันดั้มทั้งสอง

“การโจมตีจากโมบิลซูทไร้คนขับอย่างนั้นรึ” ทีเอเรียกล่าว

ตูมมมมมมมม ลำแสงจำนวนมากพุ่งเข้าใส่เวอชัวอย่างจัง แต่เวอชัวไม่ได้รับความเสียหาย

“GN ฟิลด์ป้องกันรอบทิศทาง!!” ทีเอเรีย พูดด้วยสีหน้าร้อนรน

“ทำไมพวกนั้นถึงได้!?” อาเลลูย่าถาม “แกนี่มันโง่จริงจริ๊ง!!”  “ว่าไงนะฮาเลลูย่า”  “ก็พวกแกเล่นมาโจมตีพวกสมาพันธ์พวกตุ๊กตาพวกนั้นมันก็เลยนึกว่าพวกแกเป็นศัตตรูเหมือนกันหน่ะสิ”

“GN บาซูก้าทำการบีบอัดพลังงาน!! พร้อมทำการยิงภายใน 0.45” เวอชัวเตรียมบาซูก้าเอาไว้ที่หน้าอกแล้วพร้อมที่จะรวบรวมพลังงาน

“หลบเร็ว!!ทีเอเรีย!!” อาเลลูย่าตะโกนบอกทีเอเรียสุดเสียง “หืม!!?” ทีเอเรียหันไปมองพร้อมสีหน้าตกใจ

ซูมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!! “GN ฟิลด์!!” ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!  ทีเอเรียกางฟิลด์เอาไว้ทันแต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ลำแสงที่พุ่งเข้ามาทะลุฟิลด์ผ่านเข้าไปทำลายแขนขวาและบาซูก้าของเวอชัวในทันที

“บ้าน่า!!” ทั้งทีเอเรียและอาเลลูย่าต่างตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของทั้งสองคือเงาของโมบิลซูทเครื่องนึงที่ยืนตระหง่านท่ามกลางแสงจันทร์ ปืนใหญ่ที่ไหล่ของโมบิลซูทเครื่องนั้นนั่นเองที่สามารถยิงฟิลด์ของเวอชัวทะลุและทำลายแขนกับปืนใหญ่ลงได้อย่างง่ายดาย แสงสีเขียวที่เปล่งออกมาจากดวงตาทั้งสองดูแล้วน่าเกรงขามยิ่งนัก ถึงแม้จะมองได้ไม่ชัดนักแต่ทั้งสองก็พอเดารูปร่างของโมบิลซูทเครื่องนั้นได้

“มะ….ไม่น่าเชื่อ!?” อาเลลูย่ากล่าวพร้อมสีหน้าตกใจ “มะ…..ไม่มีข้อมูลในเวด้า!?แต่รูปร่างนั้นมัน…….!?”

“กันดั้ม!!!?” ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมๆกัน

ในขณะเดียวกันนักบินของโมบิลซูทเครื่องนั้นก็ยิ้มแบบสบายอารมณ์

........................................................................................................................

Episode 3 Fin

[Fiction]SRW OS Episode.2

posted on 14 Feb 2011 04:02 by jadestar  in Fiction
 
Episode 2 The Chariot
1 วันหลังจากการประกาศให้โลกได้รับรู้การมีตัวตนของ เชเลียสเซี่ยน บีอิ้ง
เรือดำน้ำ ฐานบัญชาการของ มิธธิล ทัว ฮาเดอ ดานัง
 
“อิโอเลีย เชนเบิร์ก?” เสียงของหลายๆคนดังขึ้น
 
“ค่ะ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีข้อมูลที่เจาะจง แต่ชายคนนั้นเป็น อิโอเลีย เชนเบิร์ก นักวิทยาศาตร์ผู้มีตัวตนเมื่อ 2 ศตวรรษก่อนแน่ๆค่ะ” เสียงของผู้การสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
 
เสียงของผู้คนที่อยู่ในละแวกนั้นดังอื้ออึง
 
“เดี๋ยวๆๆๆๆๆ เดี๋ยวก่อนนะ เทตซ่า.......เอ่อ........ท่านผู้การ  หมายความว่าบุคคลเมื่อ 2 ศตวรรษก่อนยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มที่ชื่อ ครูส ถามแบบไม่เชื่อหูของตัวเอง
 
“......................ฉันคิดว่าไม่ใช่หรอก  คาดว่าน่าจะเป็นวิดีโอที่มีการบันทึกเอาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วมากกว่า” ชายหนุ่มคนนึงกล่าว
 
“สิบโท ซางาระ พูดได้ตรงจุดมากค่ะ” ผู้การสาวน้อยพูดขึ้น
 
“หมายความว่า วิดีโอนี่ถูกเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วอย่างนั้นซินะ นายพูดอย่างนี้ใช่ไหม โซสุเกะ?” ครูสพูดขึ้น
 
“ถูกต้อง” โซสุเกะตอบกลับ “เฮ้.....เฮ้.........จะล้อเล่นอะไรให้มันมีขอบเขตหน่อยสิ..................หมายความว่าไอ้หุ่นที่ชื่อกันดั้มอะไรนั่นหน่ะถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ 2 ศตวรรษก่อนอย่างนั้นเหรอ?” ครูสถามด้วยเสียงที่ไม่เชื่ออีกครั้ง
 
“กำลังขับเคลื่อนของมัน ความแข็งของเกราะ นั้นไม่ธรรมดาเลยไม่น่าจะเป็นของที่ทำขึ้นนานขนาดนั้น น่าจะเป็นการพัฒนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่ตอนนั้นมากกว่า” เหมาพูดขึ้นมา
 
“เป็นสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่เลยหล่ะค่ะ วิทยาการขนาดนั้นแต่ยังสามารถเก็บไว้เป็นความลับได้ตั้ง 2 ศตวรรษ แทบไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ” ผู้การสาวกล่าวพร้อมๆกับจับเปียผมของเธอไปด้วย
...........................................................................................................................
วันเดียวกัน ชายฝั่งทะเลแถบการปกครองของ ยูเนี่ยน 23.00 น.
 
ตึง ตึง ตึง!! เสียงวิ่งของหุ่นยนต์ดังขึ้น สลับกับเสียงระเบิดที่ดังรัวอย่างไม่ขาดสาย
 
“บ้าเอ้ย!!มันจะเยอะอะไรขนาดนี้?” ชายหนุ่มคนนึงพูดขึ้นมา ทันใดนั้นก็มีการติดต่อเข้ามา
 
“โคจิ!! ยังไหวหรือเปล่า?” ชายหนุ่มอีกคนถาม
 
“แน่นอน!! คุณเท็ตซึยะ!! มาชินก้าไม่มีทางแพ้พวกมันหรอก!!” โคจิพูดด้วยน้ำเสียงที่เชื่อมั่น
 
“ดี!!งั้นเต็มที่เลย!!” เท็ตซึยะตะโกนด้วยน้ำเสียงดุดัน “ร๊อตเก๊ตพันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนช์!!!!!!!!!!”
    
“ดริลเพรชเชอร์พันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนช์!!!!!!!” เสียงของโคจิและเท็ตซึยะดังขึ้นพร้อมกับการพุ่งไปของหมัดจรวดของหุ่นทั้งสอง ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!  เสียงระเบิดดังขึ้นเมื่อหมัดจรวดพุ่งเข้าปะทะกับหุ่นลึกลับทำให้ฝ่ายตรงข้ามถูกทำลายในทันที แต่จำนวนก็ไม่ได้ลดลงมากเท่าไหร่
 
“บ้าเอ๊ย!!!ขนาดนี้แล้ว มันยังมีเยอะแบบนี้อีกเหรอ!?” โคจิพูดเสียงดัง
 
“อย่าเพิ่งบ่นโคจิ!!พวกมันมาอีกแล้ว!!” เท็ตซึยะพูดเตือนโคจิ 
 
“รู้แล้วน่า!!คุณเท็ตซึยะ!!” โคจิพูดตอบ ซูมมมมมมมมมมมมมมมมม   เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!  เสียงหุ่นฝ่ายตรงข้ามระเบิดดังสนั่น
 
“ดับเบิ้ลมาชินก้า!! พวกเราหน่วยรบ แฟล็กไฟเตอร์ ฉันหัวหน้าหน่วย เกรแฮม เอเคอร์ ขอเข้าร่วมรบด้วย!!” เกรแฮมที่ขับแฟล็กพูดพร้อมๆกับโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่รามือ
 
“โอ้!!กองทัพของยูเนี่ยนเหรอ? ดีหล่ะช่วยสนับสนุนทีนะ!!” โคจิพูดอย่างดีใจ  “รับทราบ” เกรแฮมขานตอบ
 
“ไปเลยโคจิ!!” “โอ้!!ลุยเลยคุณเท็ตซึยะ!!”  มาชินก้าทั้ง 2 ต่างรวบรวมพลังแล้วปล่อยออกมาในทันที
 
“ดับเบิ้ล!!เบริน์นิ่งไฟร์เยอรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร์!!!!!!!!”  สิ้นเสียงของทั้ง 2 พลังงานความร้อนสูงก็พุ่งเข้าไปสลายหุ่นฝ่ายตรงข้ามเป็นจำนวนมาก
 
“โห!! นั่นหน่ะเหรอพลังของดับเบิ้ลมาชินก้า!? สมคำร่ำรือจริงๆ” เกรแฮมอุทานด้วยความทึ่งในพลังของมาชินก้าทั้งสอง
.
.
.
.
เกาะเล็กๆที่อยู่ห่างจากการต่อสู้ไม่ไกลนัก
 
“หืม..................นั่นหน่ะเหรอ ดับเบิ้ลมาชินก้าที่ร่ำลือกัน” เสียงของชายคนนึงพูดอย่างแผ่วเบา
 
“พวกหุ่นเครื่องบินนั่นก็ไม่เลวแฮะ สู้กับ The Sword ได้อย่างสูสีเลยทีเดียวแฮะ.............................” ชายคนเดิมพูดติดตลก
 
“แต่ว่า....................จะทานได้นานแค่ไหนกันนะ?”
.
.
.
.
.
“ย๊ากกกกกกกกกกกก!!!”  ตูมมมมมมม!!!! “เสร็จไปอีก 3 หล่ะ!!” โคจิพูดขึ้น 
 
“เดี๋ยว!!โคจิ ดูนั่น!!” เท็ตซึยะเตือนให้ดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แสงสว่างพุ่งขึ้นจากพื้นดินแหวกเมฆยามค่ำคืนออกไป 
 
“หือ!? นั่นมันอะไรหน่ะ!?” เกรแฮมพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ สิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าหลังจากแสงสว่างจางลงนั้นเป็นหุ่นขนาดใหญ่รูปร่างเหมือนนักรบโบราณ
 
“เฮ้ย!! นั่นมัน Ace Of Wand ทำไมถึง!?” ชายหนุ่มที่สังเกตุการณ์อยู่พูดด้วยเสียงตกใจ
 
“............อย่างนั้นเหรอทำได้เหมือน “กิล” แล้วซินะ”
 
“อะไรหน่ะเจ้านั่น!?” โคจิพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ทันใดนั้นเอง หุ่นยักษ์นั่นก็ฟาดกระบองไปที่มาชินก้าจนกระเด็นไปหลายสิบเมตร
 
“โคจิ!! หนอย!! ธันเดอร์เบรคคคคคคคคคคคคคคค!!!” 
 
 “แฟล็กไฟเตอร์ทุกเครื่องโจมตีสนับสนุน!!”  เปรี๊ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!! ตูมมมมมมมมม!!!! การโจมตีถูกระดมเข้าไปที่หุ่นยักษ์อย่างต่อเนื่องแต่ดูเหมือนจะทำอะไรไม่ได้เลย
 
“แกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!”
มาชินก้าที่ตั้งหลักได้แล้ววิ่งเข้ามาด้วยความเร็วแล้วต่อยเข้าที่หุ่นยักษ์อย่างจัง แต่ก็ทำได้เพียงเกิดรอยเล็กๆเท่านั้น ตูมมมมมมม!!!!  บรึมมมมมม!!!!  เสียงระเบิดจากการต่อสู้ดังอย่างต่อเนื่องการปะทะยังคงดำเนินต่อ แฟล็กไฟเตอร์เองนอกจากจะโจมตีสนับสนุนให้มาชินก้าแล้วยังต้องคอยหลบการโจมตีจาก The Sword ที่ยังเหลืออยู่ด้วย ทางด้านมาชินก้าเองก็ต้องสู้กับ The Sword และ Ace Of Wand  ไปด้วย
 
“อึก!!!แย่ชะมัด!!ไอ้พวกนี้มันอะไรกันนี่!!!?” เท็ตซึยะพูดออกมา
.
.
.
ทางด้านเกาะที่อยู่ห่างจากสถานที่ต่อสู้ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มที่สังเกตุการณ์อยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว
 
“.........................กิล.................เกทโอเพ่น............พ้อยน์ 3110” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น
 
“OK Master” เสียงคอมพิวเตอร์ดังขึ้น ในทันใดนั้นก็มีแสงสว่างพุ่งขึ้นจากพื้นเหมือนกับตอนที่ Ace Of Wand ปรากฎตัว
 
“หา!!?แสงนั่น!?หรือว่าจะเป็นพวกมันอีกอย่างนั้นเหรอ!?” เกรแฮมเหงื่อตกสีหน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้น Ace Of Wand กลับสนใจทางแสงนั่นราวกับเห็นอะไรบางอย่าง
 
“ระดับไดเมนชั่นออลกรีน การสั่นสะเทือนของห้วงมิติโอเค ปิดโหมด MCS ( Mirror Cover System )”
 
“โอเคเลย................ “กิลวาเรียส”  On The Battle”  ทันทีที่สิ้นเสียงก็มีแสงพุ่งออกจากเสาแสงที่พุ่งจากพื้นนั่นเข้าตรงไปยัง Ace Of Wand ในทันที
 
“อ.....อะไรหน่ะ!?” โคจิพูดอย่างตกใจ
 
“เกิดอะไรขึ้น!?” เท็ตซึยะพูดด้วยสีหน้าตกตะลึง  พริบตาเดียว Ace Of Wand ร่างยักษ์ก็ล้มลงไปพร้อมๆกับแสงสว่างค่อยๆจางลง  หุ่นยนต์ตัวนึงค่อยๆยืนขึ้น เผยให้เห็นถึงความสูงที่เกือบๆเท่ากับ Ace Of Wand แต่เล็กกว่านิดหน่อย รูปร่างราวกับอัศวินในชุดเกราะในมือขวาถืออาวุธรูปร่างประหลาด ที่ดูจะเป็นดาบก็ไม่ใช่ หอกก็ไม่เชิงและมีความสูงมากกว่าตัวหุ่นเสียอีกด้วย
 
“อะไรหน่ะ....เจ้านั่น!?” โคจิพูดออกมาเบาๆ 
 
“นั่นดาบเหรอ? หรือว่าหอก?” เกรแฮมสงสัยในอาวุธที่หุ่นยักษ์ตัวนั้นถืออยู่
 
“พลังอะไรกันนี่!?” เท็ตซึยะทึ่งในพลังของหุ่นตัวนั้น
 
“เจ้าตัวนี้ฉันจะจัดการเอง พวกนายไปจัดการพวกที่เหลือเถอะ” เสียงของผู้บังคับดังขึ้น  Ace Of Wand เริ่มลุกขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าโจมตีหุ่นลึกลับทันที
 
“กิลวาเรียส!! On The Knight!!” กิลวาเรียสก็ใช้อาวุธประจำตัวฟาดแขนของ Ace Of Wand อย่างรุนแรง  พร้อมๆกับหมุนตัวแล้วแทงเข้าที่ไหล่ซ้ายของ Ace Of Wand อย่างจัง แต่ Ace Of Wand กลับเริ่มรักษาตัวเองเมื่อเห็นดังนั้นกิลวาเรียสก็ตั้งท่าโจมตี
 
“กิล!!!” เสียงของผู้บังคับดังขึ้น “OK Master Final Stage Ready!!”
เกราะของกิลวาเรียสส่วนไหล่ตั้งขึ้นเพื่อระบายความร้อนอย่างเต็มที่  เกราะส่วนหัวเลื่อนลงมาปิดส่วนที่เป็นลูกตาของตัวหุ่นเหมือนกับเกราะของอัศวิน 
 
The Mystic Power - VII THE CHARIOT – เสียงของคอมพิวเตอร์ดังขึ้นกิลวาเรียสก็พุ่งเข้าโจมตีศัตตรูในทันที
 
หนึ่งครั้งกับการโจมตีโดยการฟันไปข้างหน้า
    
หนึ่งครั้งกับการหมุนตัวกลับมาโจมตีอีกครั้ง 
 
ขาแตะพื้นพร้อมหมุนตัวฟาดอาวุธใส่ศัตตรูให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
 
วิ้งงงงงงงงงงงง!!!! แสงของดวงตาที่พุ่งผ่านเกราะส่วนหัวสว่างขึ้น 
 
กิลวาเรียสกระโดดตามศัตตรูไปในทันที อาวุธของกิลวาเรียสก็ดันด้ามจับออกมาอีก 1 ข้าง กิลวาเรียสง้างอาวุธของตัวเองออกปรากฎให้เห็นเป็น “กรรไกร” ขนาดใหญ่ 
 
“กรรไกรอย่างนั้นเหรอ!!!!!” เกรแฮมตะโกนขึ้นมาหลังจากได้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของอาวุธของกิลวาเรียส
 
“Dead Hell...........................”  กิลวาเรียสพุ่งเข้าหาศัตตรูในทันทีพร้อมกับนำกรรไกรเล็งไปที่ระหว่างตัวของ Ace Of Wand
“Scissorssssssssssssss!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
 
ผู้ขับตะโกนอย่างสุดเสียงพร้อมๆกับที่กิลวาเรียสใช้กรรไกรเข้าตัดร่างของ Ace Of Wand จนขาด 2 ท่อน
  
ตูมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  Ace Of Wand ระเบิดกลางอากาศ
 
“Stage End.......................” ผู้บังคับของ กิลวาเรียส พูดขึ้นเบาๆ เมื่อ Ace Of Wand ที่เป็นตัวหัวหน้าถูกทำลาย พวก  The Sword ก็เริ่มถอนกำลังออกไป
 
“พลังอะไรกันนี่..................” โคจิอุทานออกมาเบาๆ
 
“การต่อสู้ที่ดุดันแบบนั้น................หุ่นนั่นมีพลังที่น่ากลัวจริงๆ” เท็ตซึยะคิดในใจ
 
การต่อสู้จบลงโดยชัยชนะของพวก ยูเนี่ยน และดับเบิ้ลมาชินก้า โดยมีกิลวาเรียสยืนท่ามกลางแสงพระอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมา
...........................................................................................................................
 ...............Episode 2 Fin...................